Warning: Division by zero in /home/prakanbi/domains/doctorsiam.com/public_html/spaw2/plugins/spawfm/config/qjdsiavm.php on line 1180
สถาบันรหัสสากล แถลงผลดำเนินงาน เชิญ 5 กูรู ร่วมเสวนา การตรวจสอบย้อนกลับ

 ข่าวสุขภาพ > สถาบันรหัสสากล แถลงผลดำเนินงาน เชิญ 5 กูรู ร่วมเสวนา การตรวจสอบย้อนกลับ

  สถาบันรหัสสากล แถลงผลดำเนินงาน เชิญ 5 กูรู ร่วมเสวนา การตรวจสอบย้อนกลับ 

โพสเมื่อ : 7 กันยายน 2554 โดยทีมงาน : doctorsiam.com

สถาบันรหัสสากล แถลงผลดำเนินงาน เชิญ 5 กูรู ร่วมเสวนา การตรวจสอบย้อนกลับ



สถาบันรหัสสากล แถลงผลดำเนินงาน เชิญ 5 กูรู ร่วมเสวนา การตรวจสอบย้อนกลับ...จับมือ 8 องค์กร พัฒนารหัสยาและเฮลท์แคร์ของไทย จากผู้ผลิต จนถึง คนไข้

       ในโอกาสการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554 ของสถาบันรหัสสากล (GS1 Thailand) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงผลดำเนินงานส่งเสริมมาตรฐาน GS1 ที่แพร่หลายที่สุดในโลก โดยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีบาร์โค้ดมาประยุกต์ใช้งาน    เนื่องจากบาร์โค้ดมิใช่เพียงเครื่องมือนำสินค้าเข้าห้างเท่านั้น  แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ธุรกิจไทยก้าวไกลไปทั่วโลกด้วยมาตรฐาน GS1 รหัสสินค้าสากลที่นำพาสินค้าและบริการไปทุกแห่งหนได้ด้วยภาษาสากลเดียวกันที่ใช้กันในกว่า 150 ประเทศ       เผยธุรกิจเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมต้องตื่นตัวกับการตรวจสอบย้อนกลับGS1  Global Traceability และมาตรฐานด้านสุขภาพ GS1 Healthcare เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคและตลาดโลกวันนี้และอนาคตที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยและที่มาของสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจอาหาร ผลิตภัณฑ์เกษตร และเฮลท์แคร์   

       นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล  ประธานสถาบันรหัสสากล (GS1 Thailand) กล่าวว่า การตรวจสอบย้อนกลับ (Global Traceability Standard) และมาตรฐานสุขภาพ GS1 Healthcare จะสามารถเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน พร้อมไปกับตอบสนองความต้องการของธุรกิจคู่ค้าและตลาดทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี  เตรียมความพร้อมธุรกิจอุตสาหกรรมไทยสู่เวทีโลก ตลอดจนร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก (Kitchen of the world) และการเป็นศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ (Medical Hub) ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

     สถาบันรหัสสากล (GS1 Thailand) ปัจจุบันมีสมาชิกเป็นธุรกิจองค์กรต่างๆจำนวน 8,875 ราย  สถาบันฯเห็นถึงความจำเป็นและได้มุ่งเน้นส่งเสริมมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับ( Traceability)  ที่ทั่วโลกต่างเห็นความสำคัญมากขึ้น  โดยการกำหนดหมายเลขรหัสสินค้าสากล( GTIN – Global Trade Item Number )ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับใครในโลกและเก็บข้อมูลรายละเอียดสินค้า เช่น ที่มาแหล่งของสินค้า คุณสมบัติ ส่วนประกอบ  วันหมดอายุ  เป็นต้นไว้ ภายใต้รหัสที่ใช้เป็นภาษาเดียวกันตลอดกระบวนซัพพลายเชน ตั้งแต่ฟาร์มเกษตรผู้ปลูก โรงงานผู้ผลิต  ผู้ค้าส่ง ผู้นำเข้า ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ที่ทำให้สามารถสื่อสารและตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสินค้า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและยังสามารถเรียกสินค้าคืนได้อย่างรวดเร็วกรณีที่สินค้ามีปัญหา       

      ในการเสวนา : การตรวจสอบย้อนกลับ GS1 Global Traceability ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์อาหารได้อย่างไร   พันเอกหญิง มัทนา โอสถหงส์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด เจ้าของแบรนด์เนื้อวัวโพนยางคำ กล่าวว่า  “ เราได้ร่วมมือกับสถาบันรหัสสากล พัฒนาโครงการนำร่องต้นแบบสืบย้อนกลับด้วยการประยุกต์ใช้มาตรฐานสากล GS1 ถือเป็นเครื่องมือช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหาร และยังเป็นการเพิ่มศักยภาพในการส่งออก ด้วยการพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับเนื้อโค เชื่อมโยงไปถึงการบ่งชี้ของซากวัว, เนื้อโคที่แบ่งเป็นหลายๆ ชิ้น และการบ่งชี้ถึงแหล่งที่มาของสัตว์แต่ละตัวหรือทั้งฝูง จากเลขหมายอ้างอิง (reference number) หรือ รหัสอ้างอิง (reference code) ที่ใช้ในกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อใช้ในการเชื่อมโยงระหว่างชิ้นเนื้อโคกับโคแต่ละตัว ,แหล่งกำเนิด , แหล่งที่เลี้ยงสัตว์ , โรงฆ่าสัตว์ ,สถานที่ตัดแต่ง หรือแปรรูป ,เลขที่ใบอนุญาตของโรงฆ่าสัตว์หรือ สถานที่ตัดแต่งเนื้อสัตว์  โดยการนำเลขหมายบ่งชี้ GS1 System มาแปลงเป็น 1D หรือ 2D Barcode และใช้ร่วมกับเลขหมายอิเล็กทรอนิกส์  EPCIS นี้ ในการตรวจสอบย้อนกลับได้ทั่วโลก โดยใช้การสแกนบาร์โค้ด ร่วมกันได้กับทุกบริษัท “ผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองไวตามิลค์  โดยนายธรรมศักดิ์ จิตติมาพร  กรรมการผู้จัดการ ได้เผยว่า  บ.กรีนสปอต จก.ได้ตกลงกับสถาบันรหัสสากล ที่จะพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับตามมาตรฐาน GS1 Global Traceability Standard ในสินค้าเครื่องดื่มไวตามิลค์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในคุณภาพแก่ผู้บริโภค สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า ไวตามิลค์ที่ดื่มอยู่นั้น ใช้เมล็ดถั่วเหลืองจากไหน  พันธุ์อะไร ปลูกที่จังหวัดไหน กระบวนการเก็บเกี่ยวเป็นเช่นไร มาจนถึงไลน์การผลิต และการจำหน่ายไปยังผู้บริโภค  นับเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการภายในบริษัท  ผู้ผลิต  ผู้จำหน่าย  ผุ้ค้าส่ง  ร้านค้าปลีก ไปจนถึงมือผู้บริโภค      รวมทั้งการรับรองระบบการตรวจสอบย้อนกลับตามมาตรฐานสากล GS1 ซึ่งใช้แพร่หลายในกว่า 150 ประเทศ จะช่วยเปิดประตูการค้าสู่เวทีโลกได้กว้างขึ้น ทำให้ลูกค้าในนานาประเทศมั่นใจในแบรนด์และที่มาของผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น  มาตรฐานตรวจสอบย้อนกลับ GS1 Global Traceability Standard ดังกล่าวยังสามารถพัฒนาต่อยอดร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น EPC/RFID GDSN และเทคโนโลยีการสแกนบาร์โค้ดด้วยโทรศัพท์มือถือ(GS1 MobileCom) เป็นต้น 

       ในการเสวนา เรื่อง “เลขรหัสสินค้าสากล(GTIN)เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในซัพพลายเชนด้านสุขภาพ”  นายแพทย์สุธี ทุวิรัตน์  กรรมการบริหารสมาคมเวชศาสตร์สารสนเทศไทย ( TMI –Thai Medical Informatics Association) ) กล่าวว่า “ธุรกิจอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ของไทยมีมูลค่าปีละหลายแสนล้านบาทและมีความสำคัญต่อสุขภาพและความมั่นคงของประเทศไทย  ธุรกิจเฮลท์แคร์ทั้งระบบ มีขั้นตอนของการผลิตยา นำเข้าสารเคมีวัตถุดิบ  ไลน์การผลิต  การจัดจำหน่าย ค้าส่ง ค้าปลีก  ร้านค้าย่อย โรงพยาบาล ซึ่งในโรงพยาบาลก็มีกระบวนการหลายขั้นตอนตั้งแต่การรับคนไข้  เวชระเบียน การตรวจวินิจฉัย  บำบัดรักษา  จนถึงการสั่งจ่ายยา การบริการรักษาพยาบาล นับว่าซับซ้อนและผ่านบุคลากรจำนวนมาก ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยได้ง่าย  ในสหรัฐอเมริกามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นปีละกว่า 1 แสนราย   ดังนั้นการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ในประเทศไทยด้วยมาตรฐาน GS1 Healthcare  จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพื่อคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความถูกต้องและความปลอดภัย  ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตยา ผู้นำเข้า ผู้ส่ออก ผู้ค้าส่ง ร้านค้าปลีก โรงพยาบาล ร้านขายยา คลินิก  จนถึงคนไข้

  นางพิชญา วัชโรทัย  ผู้อำนวยการ สถาบันรหัสสากล (GS1 Thailand) กล่าวถึง จากการศึกษาพบว่าปัญหาที่ซัพพลายเชนในระบบเฮลท์แคร์ของไทยเผชิญอยู่ คือ 1.ข้อผิดพลาดในการรักษาพยาบาล (Medication Errors) 2 การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) จากผู้ผลิต ถึง ผู้ป่วย ไม่สามารถทำได้   3.ทำระบบข้อมูลด้วยคนมากเกินไป  และไม่เป็นสากล  4.การปลอมแปลงสินค้า (Counterfieting)    ดังนั้นโครงการนำร่อง GS1 Thailand HUG TM หรือ Thailand Healthcare User Group ซึ่งเป็นโครงการระดับประเทศที่จะช่วยลดปัญหาดังกล่าว ยกระดับเฮลท์แคร์และคุณภาพชีวิตของคนไทย ตลอดจนการก้าวไปสู่การเป็น Medical Hub ที่มีคุณภาพแท้จริงได้    ทั้งนี้ สถาบันรหัสสากล ได้ร่วมมือกับอีก 8 องค์กรชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, องค์การเภสัชกรรม, โรงพยาบาลกรุงเทพ, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด เพื่อประสานความร่วมมือโดยเริ่มจากพัฒนารหัสมาตรฐานยาและเวชภัณฑ์ใน ซัพพลายเชนเฮลท์แคร์ของประเทศไทย ตั้งแต่ ผู้ผลิตยา ผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง โรงพยาบาล ร้านขายยา เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและประสิทธิภาพในบริการทางด้านสุขภาพ  

       รศ.ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย ศฤงคารินทร์  คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โครงการนำร่อง GS1 Thailand HUG TM ในเฟสแรก  เป้าหมาย คือ การพัฒนารหัสยามาตรฐาน (Standard Code) ที่มียาและเวชภัณฑ์นับแสนชนิดให้มีตัวบ่งชี้ด้วยเลขรหัสสินค้าสากลที่ไม่ซ้ำซ้อน (GTIN – Global Trade Item Number ) พร้อมเก็บรายละเอียดของเวชภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งเครื่องสแกนบาร์โค้ดสามารถอ่านได้ และทำฐานข้อมูลกลาง (Data Pool ) ซึ่งต่อไปในอนาคตจะเป็นข้อมูลกลางให้ 3 ส่วนสามารถตรวจสอบและใช้ข้อมูลได้ คือ  ประชาชนผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ว่ายาที่ตนเองจะรับประทานนั้นถูกต้องไหม  มีคุณสมบัติอย่างไร , กลุ่มซัพพลายเชนสุขภาพ สามารถบริหารจัดการและสื่อสารด้วยภาษารหัสมาตรฐานเดียวกัน และ กลุ่มโลจิสติกส์ สามารถควบคุมสต๊อก การสั่งสินค้า และการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แม่นยำและถูกต้อง

      ในโอกาสนี้ สถาบันรหัสสากล ยังได้ลงนามความร่วมมือเอ็มโอยู กับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในการร่วมศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของธุรกิจอุตสาหกรรมของไทยด้วย
นับเป็นอีกหนึ่งของการผนึกกำลังเพื่อพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนและคุณภาพชีวิตของคนไทย
     
                                                     -----------------------------------







PR AGENCY  :  บ.เบรนเอเซีย คอมมิวนิเคชั่น จำกัด
Tel.             : ประภาพรรณ 081-899-3599, 02-911-3282 (5 Auto Lines)    Fax 02-911-3208 
Email           : brainasiapr@hotmail.com


ที่มา : บ.เบรนเอเซีย คอมมิวนิเคชั่น จำกัด






ข่าวสุขภาพอื่นๆ

 - ฝึกอบรม ให้ความรู้ ฟรี ล้างสารพิษ พิชิมะเร็ง ฟื้นฟูไต ด้วยวิถีธรรมชาติ ครั้งที่ 6

 - ฝึกอบรม ให้ความรู้ หรือผู้ที่สนใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง หรือโรคไตเสื่อม ครั้งที่ 4

 - ฝึกอบรมให้ความรู้ ฟรี ! เป็นประจำทุกเดือน โดยนายแพทย์บุญชัย อิศราพิสิษฐ์

 - ตรวจสุขภาพฟรี เริ่ม 1 มกราคม 2560

 - ฝึกอบรม ให้ความรู้ หรือผู้ที่สนใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง หรือโรคไตเสื่อม ครั้งที่ 3






 

Alert: เนื่องจากผู้ดูแลเว็บไซต์ไม่สามารถตรวจสอบข้อความทุกข้อความได้ทั้งหมดขณะท่านโพสต์ ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นจึงเป็นความรับผิดชอบของตัวผู้โพสต์เองโดยทางเราได้ทำการจัดเก็บ IP Address ของท่านไว้เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ตามพรบ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

   
ความคิดเห็น:           

  
   
 
Username
Password
   
 
 
 
สมัครสมาชิก
ซื้อประกันออนไลน์ ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ
ศูนย์รับแปลภาษา แปลเอกสาร จัดหาล่าม ที่น่าเฃื่อถือ
ศึกษาต่อญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น
ศึกษาต่อญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น

พบเว็บไซต์เวอร์ชั่นใหม่เร็วๆ นี้