Warning: Division by zero in /home/prakanbi/domains/doctorsiam.com/public_html/spaw2/plugins/spawfm/config/qjdsiavm.php on line 1180
ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดและวิธีพิจารณาความสำหรับการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ พศ..

 กฎหมายการแพทย์ > ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดและวิธีพิจารณาความสำหรับการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ พศ..

  ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดและวิธีพิจารณาความสำหรับการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ พศ..  

โพสเมื่อ : 9 กุมภาพันธ์ 2554 โดยทีมงาน : doctorsiam.com



ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดและวิธีพิจารณาความสำหรับการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ พศ..
ที่มา/ผู้ประกาศ : นายแพทย์ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย
วันที่ : 5 ก.พ. 2551 ���

เมื่อมีคำพิพากษาให้แพทย์ติดคุก ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งต่อแพทย์และประชาชนอย่างกว้างขวาง น่าจะมีสาเหตุ 3 ประการ ดังนี้

             ประการที่ 1 เป็นปัญหาของข้อเท็จจริงที่ศาลไม่ทราบ สำหรับข้อเท็จจริงในเหตุการณ์นั้นศาลมีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ชั่งน้ำหนัก พยานหลักฐาน แต่ข้อเท็จจริงด้านวิชาการการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ผู้พิพากษาส่วนใหญ่ต้องการข้อมูลและมาตรฐานที่ชัดเจนแน่นอนและวัดได้ แต่ความจริง วิชาชีพเวชกรรมมีความซับซ้อนละเอียดและเฉพาะเจาะจง ทั้งไม่เหมือนกันเลย สำหรับแต่ละกรณีไม่เพียงแต่ศาลที่ไม่เข้าใจ แม้แพทย์ต่างสาขาก็ไม่อาจเข้าใจได้โดยง่าย

            ประการที่ 2 ปัญหาข้อกฎหมาย กฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความอาญา เปิดโอกาสให้ศาลใช้ดุลพินิจไว้กว้าง ไม่เฉพาะเจาะจง ความประมาทในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59วรรค 4 ให้ศาลใช้ดุลพินิจ วินิจฉัยจาก วิสัย พฤติการณ์ เทียบกับบุคคลทั่วไป โดยใช้ดุลพินิจว่าน่าจะใช้ความระมัดระวังได้ แต่หาได้ใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นไม่ นอกจากนี้ ไม่มีข้อกฎหมายที่ใช้กับการประกอบวิชาชีพโดยเฉพาะเจาะจง ซึ่งมีความเป็นยูนิค (ไม่เหมือนใคร) ทำให้การประกอบวิชาชีพที่เกิดจากเจตนาอันบริสุทธิ์ แต่ความผิดพลาดหรือพลาดพลั้งที่เกิดขึ้น และคาดหมายได้ว่าย่อมเกิดขึ้นได้ กลายเป็นอาชญากรรมและแพทย์ผู้ผิดพลาดกลายเป็นอาชญากรทันทีโดยไม่ตั้งใจ หรือกฎหมายอาญาต้องการกำหลาบแพทย์ มิให้กล้าที่จะประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใช่หรือไม่ เพราะความผิดพลาดจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ (Medical error)

             ประการที่ 3 ปัญหาการต่อสู้คดี ในกระบวนการยุติธรรม อันเป็นข้อจำกัดของทนายความที่ไม่รู้วิชาแพทย์ และแพทย์ก็ไม่รู้วิธีสู้คดี ทำให้การต่อสู้คดีไม่ราบรื่นและทันต่อเหตุการณ์ ไม่สามารถถามนำ ถามค้าน ถามติง เพื่อติดข้อเท็จจริงและข้อหักล้างต่างๆทั้งทางด้านบวกและให้เหตุผลทางด้านลบ ที่ต้องการติดไว้ในสำนวนได้ทันท่วงทีและครบถ้วน หรือการนำเสนอทฤษฏีมากเกินไป เป็นการฟุ่มเฟือยและไม่สามารถนำข้อเท็จจริงทั้งหมดทุกด้านสู่สำนวนความ เพื่อให้ศาลเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน

 วิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดคือ การสร้างกฎหมาย (มิใช่แก้กฎหมายเพื่อแพทย์) เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โดยกฎหมายที่มีศักย์เท่าประมวลกฎหมายอาญา ได้แก่พระราชบัญญัติ

   มาตรา ๑  พระราชบัญญัติฉบับนี้เรียกว่า  พระราชบัญญัติความรับผิดและวิธีพิจารณาความสำหรับการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ พ.ศ. ....

  มาตรา ๒   พระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  มาตรา ๓   บรรดากฎหมาย กฎ ข้อบังคับอื่น ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดแย้งกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้  แทน

  มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าคำใดมีคำอธิบายไว้แล้วให้ถือตามความหมายดังได้อธิบายไว้เว้นแต่ข้อความในตัวบทขัดกับคำอธิบาย


            คำว่า “วิชาชีพ” แตกต่างจากคำว่า “อาชีพ”

   มาตรา ๕   ในพระราชบัญญัตินี้


 (๑)  วิชาชีพด้านสุขภาพ หมายความว่า  อาชีพที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถด้านสุขภาพ  มีกฎหมายบัญญัติรับรองเป็นการเฉพาะ  มีสภาวิชาชีพที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามบทบัญญัติของกฎหมาย ทำหน้าที่ดูแลผู้ประกอบวิชาชีพที่เป็นสมาชิกให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ  ด้านสุขภาพ ดูแลด้านจริยธรรม ตลอดจนมีองค์กรวิชาการที่ทำหน้าที่สนับสนุนทางวิชาการด้านสุขภาพให้แก่ สมาชิก


            วิชาชีพด้านสุขภาพ ประกอบด้วย


(๒) การประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ หมายความว่า การประกอบอาชีพที่มีลักษณะตามคำนิยามว่าด้วยวิชาชีพด้านสุขภาพ ตามมาตรฐานวิชาชีพ ประกอบด้วยวิชาชีพด้านการแพทย์ การพยาบาล ทันตกรรม เภสัชกรรม เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด หรือวิชาชีพด้านสุขภาพอื่นๆ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพของแต่ละวิชาชีพบัญญัติไว้ให้เป็นการประกอบ วิชาชีพ


            เพื่อขยายความตามรัฐธรรมนูญมาตรา 80(2) คำว่ามาตรฐานวิชาชีพนั้นใครเป็นผู้บอกระบุมาตรฐานวิชาชีพด้านสุขภาพ บางอย่างอาจจะสามารถกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่เป็นเพียงส่วนน้อยโดยเฉพาะในส่วนที่ยอมรับและทราบกันอยู่ทั่วไปอย่างแน่ นอนโดยไม่มีข้อโต้แย้งในบรรดาผู้ประกอบวิชาชีพด้วยกัน ส่วนใหญ่การวินิจฉัยว่าประกอบวิชาชีพได้มาตรฐานหรือไม่จึงต้องกระทำย้อนหลัง โดยผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆโดยเฉพาะเจาะจง

     (๓) มาตรฐานวิชาชีพ หมายความว่า วิธีการประกอบวิชาชีพที่แสดงไว้หรือไม่ได้แสดงไว้ เพื่อผู้ประกอบวิชาชีพที่มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพใน แต่ละด้านแต่ละสาขาหรือแต่ละกรณี ที่ถูกสร้างขึ้นหรือยังไม่ได้สร้างขึ้นอย่างเป็นที่ยอมรับและทราบกันอยู่ ทั่วไปในบรรดาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ หรือได้รับการวินิจฉัยย้อนหลังโดยสมาชิกหรือคณะกรรมการตามกฎหมายที่ควบคุม

     (๔)  จริยธรรมวิชาชีพด้านสุขภาพ หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพด้าน สุขภาพ ภายใต้การควบคุมการประพฤติของผู้ร่วมวิชาชีพตามพระราชบัญญัติการประกอบ วิชาชีพด้านนั้นๆ

    (๕)ความคุ้มครองหมายถึงการได้รับการปกป้องรักษามิให้ถือว่ามีความ ผิดและไม่ต้องรับโทษรวมถึงความเสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์

    (๖) ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ หมายความว่า  บุคคลทีได้รับการศึกษาอบรมความรู้ด้านสุขภาพ  จนสำเร็จตามหลักสูตร เป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพ  และได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย

    (๗) สภาวิชาชีพ หมายความว่า สภาวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ซึ่งได้จัดตั้งตามกฎหมาย

          การประมาทอันเกิดจากการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงและมีผลกระทบกับกระบวนการสาธารณสุขของประเทศโดย รวม การวินิจฉัยความผิดนั้นจึงต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับระบบการดูแล ด้านสุขภาพของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพต่อประชาชน จึงต้องมีความละเอียดอ่อนและต้องคำนึงถึงวิสัยพฤติการณ์โดยเฉพาะสถานการณ์ สิ่งแวดล้อม ศักยภาพ ของสถานบริการแต่ละแห่งแต่ละพื้นที่ แต่ละระดับ ส่วนผู้ประกอบวิชาชีพย่อมมีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์และอายุงานที่ แตกต่างกัน ย่อมมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน

  (๘) กระทำโดยประมาทหมายความว่ากระทำมิใช่โดยเจตนาแต่กระทำโดยปราศจากความระมัด ระวังซึ่งผู้กระทำสามารถใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ตามวิสัยและ พฤติการณ์  แต่ผู้กระทำหาได้ใช้ให้เพียงพอไม่

          วิสัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ย่อมต้องมีความรู้ความชำนาญมากกว่าคนธรรมดา  จึงต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่า  โดยเปรียบเทียบระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่มีความรู้ความสามารถ เฉพาะสาขาของตน  กับผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่มีความชำนาญเนื่องจากประสบการณ์และอายุการ ทำงานใกล้เคียงกัน  ซึ่งมาตรฐานด้านความรู้และด้านประสบการณ์อาจแตกต่างกันได้ ตามที่แต่ละสภาวิชาชีพด้านสุขภาพกำหนดไว้เป็นบรรทัดฐาน

        พฤติการณ์ ได้แก่สภาวการณ์และสภาพแวดล้อมในขณะนั้นเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้าน สุขภาพใช้ความระมัดระวังได้เพียงใด  ทั้งนี้โดยอาศัยระดับมาตรฐานด้านสภาวการณ์ที่แตกต่างกัน และมาตรฐานด้านสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันตามที่แต่ละสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ กำหนดไว้

            ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง(Gross Negligence) แตกต่างจากประมาทธรรมดา

   (๑๑) กระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หมายความว่า  กระทำโดยประมาทที่มีระดับของความประมาทมากกว่าประมาทในอนุมาตราก่อน ทั้งนี้โดยคำนึงถึงความร้ายแรงแห่งความประมาทในการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ตามที่แต่ละสภาวิชาชีพด้านสุขภาพกำหนดไว้เป็นบรรทัดฐาน ได้แก่กรณีดังนี้

             (ก) ละทิ้งผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลของตนและรู้อยู่ว่าอยู่ในระยะวิกฤติทั้งที่อยู่ในวิสัยและ   พฤติการณ์ที่จะดูแลได้

             (ข)       กระทำหรือไม่กระทำการใด ในภาวการณ์ใด โดยไม่มีทางเลือกอื่นอันเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าจะก่อให้เกิดผลเสีย หายอย่างร้ายแรง และผู้ประกอบวิชาชีพได้ล่วงรู้ภาวการณ์ข้างต้นก่อนแล้ว

             (ค)      กระทำหรือไม่กระทำการใดในแต่ละช่วงเวลา ในแต่ละขั้นตอน ในภาวการณ์หนึ่งผิดพลาดหลายครั้ง ซ้ำซาก และสภาวิชาชีพเห็นว่าผิดหลักวิชาการมาตรฐานวิชาชีพอย่างร้ายแรง

             (ง) กรณีตามข้อ ก ถึงข้อ ค นั้น ถ้าความเสียหายเกิดจากข้อจำกัดจากความบกพร่องหรือความไม่พร้อมของระบบให้ บริการสาธารณสุขของหน่วยงานซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องตัดสินใจภายใต้ วิสัยและพฤติการณ์นั้น มิให้ถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

   (๑๒) ความรับผิดอันเกิดจากการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพหมายความถึงความรับผิดอัน เกิดจากการกระทำความผิดโดยเจตนา หรือการการกระทำความผิดโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้างแรงของผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพในการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ

   (๑๓) หน่วยงานต้นสังกัดหมายความว่าสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มูล คดีเกิดหรือหน่วยงานบัญญัติไว้ตามความหมายในพระราชบัญญัติความรับผิดทาง ละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

   (๑๔) คณะกรรมการหมายถึง คณะกรรมการแห่งสภาวิชาชีพหรือคณะกรรมการจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะซึ่งประกอบ ด้วยผู้เชี่ยวชาญอย่างยิ่งที่ได้รับการแต่งตั้งเฉพาะคราวจากราชวิทยาลัยและ กรรมการของสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในสัดส่วนที่เหมาะสม

            ความหมายของคำว่าผลกระทบ ผู้ได้รับผลกระทบ

  (๙) ผลกระทบ หมายความว่า ผลอันไม่พึงประสงค์อันเนื่องจากการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพหรือสถานพยาบาลตามพระราชบัญญัตินี้

  (๑๐) ผู้ได้รับผลกระทบ หมายความว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบอันไม่พึงประสงค์อันเนื่องจากการประกอบวิชาชีพด้าน สุขภาพ ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ หรือสถานพยาบาลตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช่ผลกระทบ

   (มาตรา 6)

 ผลกระทบที่ไม่ประมาท

   (มาตรา 7)

 ผลกระทบที่ประมาทธรรมดา

   (มาตรา 8,9)

 ผละกระทบที่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

 เจตนากระทำความผิด

   (มาตรา 10)

เป็นผลของการดำเนินการของโรคหรือจากเหตุแทรกซ้อนจากการรักษาที่เกิดจากตัวผู้ป่วยเอง

 ผลกระทบที่คาดหมายได้ว่าอาจจะเกิดขึ้นได้จากการประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ได้มาตรฐาน

 ถ้าแพทย์มิได้ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ ผลกระทบจะเกี่ยวโยงเป็นสาเหตุโดยตรง จากการประกอบวิชาชีพ หรือไม่ต้องมีการพิสูจน์แล้วว่าประมาท

 ละทิ้งผู้ป่วย ล่วงรู้ภาวการณ์ข้างต้นก่อนแล้วผิดพลาดหลายครั้ง ซ้ำซาก ยกเว้นกรณีที่เกิดจากข้อจำกัดจากความบกพร่องหรือความไม่พร้อมของระบบ

 เจตนาด้านลบหมายถึงเจตนากระทำความผิดตั้งแต่ต้น คือการประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นผลที่จะเกิด

แต่เจตนาด้านบวกหมายถึงเจตนาให้ความช่วยเหลือผู้อื่นอันเป็นเจตนาบริสุทธิ์

มาตรา ๖   บทบัญญัติในอนุมาตราต่อไปนี้มิให้ถือว่าเป็นผลกระทบ

    (๑)  ผลโดยตรงเกิดจากการดำเนินโรคหรือจากพยาธิสภาพของโรค

   (๒)  ผลซึ่งคาดหมายได้และหลีกเลี่ยงมิได้จากการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ

   (๓)  ผลเกิดจากเหตุแทรกแซงอื่น หรือมิใช่เป็นผลโดยตรงอันเนื่องมาจากการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ รวมถึงเหตุสุดวิสัย

   (๔)  ผลซึ่งเกิดจากการที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบปฏิเสธหรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพหรือสถานพยาบาลภายใต้มาตรฐานวิชาชีพ

  (๕)  อื่น ๆ ตามประกาศของสภาวิชาชีพกำหนด

  มาตรา ๗   ผลกระทบที่คาดหมายได้อันเกิดจากการกระทำซึ่งเป็นการประกอบวิชาชีพที่ได้ตาม มาตรฐานวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ มิให้ถือว่าเป็นผลที่เกิดจากการกระทำโดยประมาท

  มาตรา ๘  ผลกระทบที่คาดหมายได้ว่าสามารถเกิดขึ้นได้จากการมิได้ปฏิบัติตามมาตรฐาน วิชาชีพ ให้ภาระการพิสูจน์ว่าเป็นผลที่เกิดจากการกระทำโดยประมาทตกแก่โจทก์ โดยคำถึงถึงวิสัยและพฤติการณ์ตามพระราชบัญญัตินี้

  มาตรา๙ การปฏิบัติการใด อันเป็นการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบใดที่ไม่อาจคาดหมายได้และยังไม่เคยได้รับการบัญญัติไว้ เป็นมาตรฐานวิชาชีพที่ยอมรับและทราบโดยทั่วกัน ให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดว่าการปฏิบัติการนั้นถือว่าเป็นมาตรฐาน วิชาชีพหรือไม่

ให้ความช่วยเหลือกับเจตนาบริสุทธิ์ในการช่วยเหลือผู้ป่วย ถือว่าเป็นบทนิรโทษกรรมอย่างหนึ่ง ดังเช่นกฎหมายอื่นที่เป็นการกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นให้รอดพ้น จากอันตราย แตกต่างจากเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญาคือการประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผล ที่จะเกิดขึ้นได้ อันเป็นเจตนากระทำความชั่ว แต่ความตั้งใจที่จะประกอบวิชาชีพช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นเจตนาดีมาตั้งแต่ต้น การกระทำเป็นเครื่องบ่งชี้เจตนา เช่นการอธิบายจนเข้าใจแล้วเซ็นชื่อยินยอม เป็นการแสดงถึงเจตนาอันบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งเจือปน เช่นการแสวงประโยชน์

  มาตรา ๑๐ ผลกระทบอันเกิดจากการกระทำโดยมีเจตนาบริสุทธิ์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยไม่เป็นความผิด

  มาตรา ๑๑ ผลกระทบอันเกิดจากการกระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นความผิด

            เพื่อให้มีโอกาสนำเสนอข้อเท็จจริงในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมเพื่อติดไว้ในสำนวนความ

          ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน

  มาตรา ๑๒    เมื่อได้มีการแจ้งความร้องทุกข์หรือกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ  ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการต่อไป ให้ขอความเห็นทางวิชาการไปยังสภาวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อนำไปประกอบการ พิจารณา

            ชั้นอัยการพิจารณาเพื่อการสั่งฟ้อง

  มาตรา ๑๓  เมื่อพนักงานอัยการได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนแล้ว ก่อนการดำเนินการพิจารณาเพื่อสั่งฟ้องคดี อันเกี่ยวเนื่องมาจากผลแห่งการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านสุขภาพ  ให้พิจารณาความเห็นทางวิชาการจากสภาวิชาชีพด้านสุขภาพก่อน

          กระบวนการไกล่เกลี่ยทั้งในศาลและนอกศาล เป็นทางเลือกอันดับแรกและมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ด้วยข้อเท็จจริง เหตุผลและการยอมประนีประนอมยอมความต่อกันของคู่ความทุกฝ่าย และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงข้อเท็จจริงทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ แห่งความยุติธรรมสูงสุด

   มาตรา ๑๔  ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ ทายาท ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลของผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้วแต่กรณี ฟ้องต่อศาลโดยตรง  ให้ศาลดำเนินการไกล่เกลี่ยคู่กรณีที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  โดยมีผู้แทนจากสภาวิชาชีพด้านสุขภาพและที่ปรึกษาด้านกฎหมายหรือทนายความของ ผู้ถูกล่าวหาอยู่ด้วยทุกครั้ง

  มาตรา ๑๕  ในการไต่ส่วนมูลฟ้อง  ให้มีศาลรับฟังความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางจากสภาวิชาชีพเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

          เปิดโอกาสให้แพทย์มีเวลาเตรียมตัว เพราะแพทย์ยังต้องมีภาระหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก จนกระทบกระเทือนต่อสังคมและประชาชนโดยรวม   มิให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพราะบางอำเภอมีแพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชน เพียงหนึ่งหรือสองคน ดูแลทั้งอำเภอ

   มาตรา ๑๖  ในการไต่ส่วนมูลฟ้อง   ให้ศาลแจ้งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน  

  มาตรา ๑๗  มิให้ถือว่าผู้ต้องหาตกเป็นจำเลยจนกว่าศาลจะประทับรับฟ้อง

แพทย์ถูกคุมขังหรือกักขัง จะทำให้ผู้ป่วยรายอื่น ๆ ศรัทธาต่อแพทย์ท่านนี้น้อยลง จะกระทบต่อความสำเร็จการรักษาให้ผู้ป่วยหายป่วย

  มาตรา ๑๘ ให้ผู้ประกอบวิชาชีพสามารถใช้สิทธิความเป็นสมาชิกแห่งสภาวิชาชีพประกันตนเองได้

ยังคงมีความจำเป็นต้องมีการลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ที่กระทำความผิดโดยมีการลงโทษจำคุกกรณีประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือโดย เจตนา เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเพื่อในสังคมแพทย์และสังคมประชาชนดีขึ้น

  มาตรา ๑๙ ในการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ  ผู้ประกอบวิชาชีพไม่ต้องรับผิดตามบทกำหนดโทษที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมาย อาญามาตรา ๒๙๑  มาตรา ๓๐๐ และ มาตรา๓๙๐ โดยให้รับผิดตามบทกำหนดโทษต่อไปนี้แทน

    มาตรา ๒๐ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่ได้กระทำการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้ผู้ได้รับผลกระทบถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

  มาตรา ๒๑ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่ได้กระทำการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     มาตรา ๒๒ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่ได้กระทำการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับอันตรายแก่กายหรือจิต  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ให้โอกาสแก่แพทย์ที่สำนึกผิดได้มีโอกาสกลับมารักษาผู้ป่วย ช่วยเหลือประชาชนและสังคมต่อไป

      มาตรา ๒๓  ความรับผิดตามมาตรา ๒๐ มาตรา๒๑ และมาตรา ๒๒ เป็นความผิดที่ยอมความได้    

   มาตรา ๒๔  วิธีพิจารณาความที่พระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติไว้  ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  มาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้


ที่มา : http://www.tmc.or.th/detail_news.php?news_id=324&id=4






กฎหมายการแพทย์อื่นๆ

 - ความรับผิดของอาจารย์แพทย์กรณีนักศึกษาแพทย์ทำละเมิดผู้ป่วย

 - ฟ้องหมอไม่ได้แล้วจะฟ้องใคร?

 - ข้อบังคับแพทยสภา : ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม

 - พรบ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ผลกระทบต่อวงการแพทย์และสุขภาพ

 - ร่างพระราชบัญญัติยา






 

Alert: เนื่องจากผู้ดูแลเว็บไซต์ไม่สามารถตรวจสอบข้อความทุกข้อความได้ทั้งหมดขณะท่านโพสต์ ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นจึงเป็นความรับผิดชอบของตัวผู้โพสต์เองโดยทางเราได้ทำการจัดเก็บ IP Address ของท่านไว้เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ตามพรบ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

   
ความคิดเห็น:           

  
   
 
Username
Password
   
 
 
 
สมัครสมาชิก
ซื้อประกันออนไลน์ ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ
ศูนย์รับแปลภาษา แปลเอกสาร จัดหาล่าม ที่น่าเฃื่อถือ
ศึกษาต่อญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น
ศึกษาต่อญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น

พบเว็บไซต์เวอร์ชั่นใหม่เร็วๆ นี้