Warning: Division by zero in /home/prakanbi/domains/doctorsiam.com/public_html/spaw2/plugins/spawfm/config/qjdsiavm.php on line 1180
"จงใจ"ต่างกับ "เจตนา"อย่างไร

 กฎหมายการแพทย์ > "จงใจ"ต่างกับ "เจตนา"อย่างไร

  "จงใจ"ต่างกับ "เจตนา"อย่างไร  

โพสเมื่อ : 14 กุมภาพันธ์ 2554 โดยทีมงาน : doctorsiam.com



  ในความหมายธรรมดาที่คนทั่วไปใช้ คำว่า "จงใจ"คงมีความหมายไม่ต่างกันกับคำว่า "เจตนา" แต่เมื่อพิจารณาในทางกฎหมาย คำว่า"จงใจ"ที่ใช้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เรื่องที่ว่าด้วยละเมิด และคำว่า "เจตนา"ที่ใช้ในประมวลกฎหมายอาญานั้นมีความหมายต่างกันในบางประการซึ่งผมขออธิบายดังต่อไปนี้
"จงใจ"(คดีแพ่ง) 
               ในคดีแพ่งเรื่องละเมิด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์(...)มาตรา 420 ที่เป็นบททั่วไปได้บัญญัติไว้ดังนี้ "ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อผู้อื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหาย……….ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น"

               มีผู้รู้ได้ให้ความหมายของการกระทำโดย"จงใจ"ไว้ว่าคือการกระทำโดยรู้สำนึกถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของตน(คือมุ่งหวังที่จะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นนั่นเอง) อนึ่งในการพิจารณาว่าเป็นจงใจหรือไม่นี้ไม่ต้องสนใจถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นว่าจะมีมากหรือน้อยกว่าที่มุ่งหวังไว้เพราะเมื่อทำโดยรู้สำนึกถึงผลที่จะเกิดก็เป็นจงใจเสมอไม่ว่าความเสียหายจากการจงใจกระทำนั้นจะมีมากน้อยเพียงใด ตัวอย่างเช่น นายรวย เอาไม้ตีนายจน โดยตั้งใจจะตีให้แค่ฟกช้ำ แต่บังเอิญ นายจนหลบแล้วหกล้มหัวฟาดพื้นถึงแก่ความตาย ก็ต้องถือว่านายรวย กระทำโดย"จงใจ"แล้วส่วนจะต้องรับผิดมากน้อยเพียงใดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่กรณีตรงกันข้ามหากเป็นการกระทำโดยสุจริตไม่ได้มีความประสงค์ที่จะทำให้ผู้อื่นเสียหายเพียงแต่เข้าใจผิดในข้อเท็จจริง ก็ไม่ถือว่าจงใจ เช่น นายยม หยิบปากกาของนายลมไปโดยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นปากกาของตัวเองอย่างนี้ไม่ถือว่าจงใจ ส่วนจะเป็นประมาทหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

"เจตนา"(คดีอาญา) 
             คำนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในเรื่องความรับผิดทางอาญาโดยป..มาตรา 59วรรรแรก บัญญัติว่า "บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่ได้กระทำโดยประมาทในกรณีที่…….."
ในป..มาตรา 59วรรรคสองได้ให้ความหมายของคำว่ากระทำโดยเจตนาไว้ว่า "กระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น"
             คำว่า "รู้สำนึก"หมายถึง อยู่ภายใต้บังคับของจิตใจ
             จากที่กล่าวข้างต้นสรุปได้ว่าเจตนา(คดีอาญา)แบ่งได้เป็น2 กรณีคือ
             1) เจตนาประสงค์ต่อผล 
             2) เจตนาเล็งเห็นผล 
             เจตนาประสงค์ต่อผล หมายถึง รู้สำนึกและมุ่งหมายจะให้เกิดผลขึ้น ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า จงใจในคดีแพ่ง แต่แตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่ "เจตนาประสงค์ต่อผล"ต้องมีการพิจารณาถึงผลที่เกิดขึ้นด้วยว่ามากหรือน้อยกว่าที่ได้มุ่งหมายไว้ เช่น นายแดงตั้งใจเอาไม้ตีหัวนายดำ ตั้งใจเพียงให้หัวแตกเล็กน้อย แต่ถ้าผลที่เกิดขึ้นจริงคือ ดำถึงแก่ความตาย อย่างนี้ทางอาญาไม่ถือว่ามีเจตนาฆ่า (มีเจตนาเพียงทำร้าย) ดังนั้นแดงต้องรับผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย แต่หากพิจารณาในทางแพ่งก็ต้องถือว่าแดง "จงใจ"ทำให้ดำเสียหายเพราะได้ทำไปโดยรู้สำนึกว่าจะเกิดความเสียหายขึ้นกับดำโดยไม่ต้องสนใจว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงมีมากหรือน้อยกว่าที่มุ่งหวังไว้ 

              เจตนาเล็งเห็นผล หมายถึง ไม่ได้ประสงค์ต่อผล คือ ไม่ได้มุ่งหมายให้เกิดผลขึ้น แต่เล็งเห็นได้ว่าจะเกิดผลขึ้นอย่างแน่นอนเท่าที่จิตใจของจิตใจของบุคคลที่ อยู่ในฐานะเช่นนั้นจะเล็งเห็นได้ ตัวอย่างเช่น นายขาวยิงปืนเข้าไปในกลุ่มคนประมาณ 10 คนเพื่ออวดศักดา ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะฆ่าใคร แต่นายขาวย่อมเล็งเห็นได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกคนใดคนหนึ่งในกลุ่มคนจนถึงแก่ความตายได้ กรณีนี้ในทางอาญาถือว่านายขาวมีเจตนาเล็งเห็นผล(คือมีเจตนาฆ่าผู้อื่น)ดังนั้นหากกระสุนปืนถูกนายดำที่อยู่ในกลุ่มคนจนถึงแก่ความตาย นายขาวก็มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา กรณีตัวอย่างดังกล่าวนี้หากพิจารณาในทางแพ่ง ไม่ถือว่านายขาวจงใจเพราะไม่ได้มุ่งหวังในเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นแต่อาจต้องรับผิดจากการที่กระทำละเมิดต่อผู้อื่นโดยความประมาท
           มีคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 1104/2509 ได้วางหลักไว้ว่า "เจตนากระทำกับจงใจกระทำนั้นจะตีความอนุโลมอย่างเดียวกันไม่ได้"

สรุป
          -" จงใจ"เป็นคำที่ใช้ในคดีแพ่งมีความหมายไม่เท่ากับคำว่า "เจตนา"ที่ใช้ในคดีอาญา
          - การกระทำโดยจงใจคือ การกระทำโดยรู้สำนึกและมุ่งหมายให้เกิดผลขึ้น (ไม่ต้องสนใจผลที่เกิดขึ้นจริงว่าจะมากหรือน้อยกว่าที่มุ่งหวังไว้)
          - เจตนาในทางอาญา แบ่งได้เป็น 2 กรณีคือ 1) เจตนาประสงค์ต่อผลซึ่งมีความหมายใกล้เคียงอย่างมากกับคำว่าจงใจ(ในคดีแพ่ง ) 2) เจตนาเล็งเห็นผล หมายถึงว่าไม่ได้มุ่งหมายให้เกิดผลแต่เล็งเห็นได้ว่าจะเกิดผลขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งโดยปกติจะไม่ถือว่าเป็นการกระทำโดยจงใจ(ในคดีแพ่ง)


 

นพ.พิทูร ธรรมธรานนท์
พบ. นบ.
เนติบัณฑิตไทย
www.medlawstory.com
ให้คุณรู้กฎหมายการแพทย์ได้ง่ายขึ้น


ที่มา : http://www.medlawstory.com/index.php?topgroupid=1&groupid=%20%20%20%20%2015&subgroupid=&contentid=44






กฎหมายการแพทย์อื่นๆ

 - ความรับผิดของอาจารย์แพทย์กรณีนักศึกษาแพทย์ทำละเมิดผู้ป่วย

 - ฟ้องหมอไม่ได้แล้วจะฟ้องใคร?

 - ข้อบังคับแพทยสภา : ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม

 - พรบ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค ผลกระทบต่อวงการแพทย์และสุขภาพ

 - ร่างพระราชบัญญัติยา






 

Alert: เนื่องจากผู้ดูแลเว็บไซต์ไม่สามารถตรวจสอบข้อความทุกข้อความได้ทั้งหมดขณะท่านโพสต์ ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นจึงเป็นความรับผิดชอบของตัวผู้โพสต์เองโดยทางเราได้ทำการจัดเก็บ IP Address ของท่านไว้เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ตามพรบ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

   
ความคิดเห็น:           

  
   
 
Username
Password
   
 
 
 
สมัครสมาชิก
ซื้อประกันออนไลน์ ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ
ศูนย์รับแปลภาษา แปลเอกสาร จัดหาล่าม ที่น่าเฃื่อถือ
ศึกษาต่อญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น
ศึกษาต่อญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น

พบเว็บไซต์เวอร์ชั่นใหม่เร็วๆ นี้